อัยการคดีศาลแขวงปทุมวัน เลื่อนสั่งคดี ‘หมออุ้มบุญ’ หลัง ตร.ลุมพินี สอบเพิ่มไม่เสร็จ ขอเวลาอีก 30 วัน นัดรายงานตัวอีกครั้ง 2 ธ.ค.นี้

30 ต.ค. 57  เมื่อเวลา 10.00 น.  ที่สำนักงานอัยการคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) ถ.พระราม 4  อัยการได้นัด นพ.เจ้าของคลินิกย่านเพลินจิต อายุ 40 ปี ซึ่งทำอุ้มบุญให้นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ผู้ต้องหาคดีประกอบกิจการ และดำเนินสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และไม่ควบคุมและดูแลให้แพทย์ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาล ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม ที่มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล 2541 เข้ารายงานตัวเพื่อฟังการสั่งคดี ภายหลังที่อัยการ มีคำสั่งเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ให้พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมหลายประเด็น อาทิ การยืนยันรายละเอียดสถานที่เกิดเหตุที่ชั้นใด เนื่องจากอาคารที่ประกอบการมี 2 ชั้น และการสอบถามความเห็นจากแพทยสภา

อย่างไรก็ดี เมื่อถึงเวลานัด นายเจริญเดช ศัลยพงษ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) และอัยการคณะทำงาน รวม 4 คน ได้แถลงว่า พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี มีหนังสือแจ้งอัยการว่า ยังรวบรวมผลการสอบสวนเพิ่มเติมประเด็นต่างๆ ไม่แล้วเสร็จ โดยขอเวลาอีก 30 วันดำเนินการพร้อมส่งผลสรุปการสอบสวนเพิ่มเติมให้อัยการ ทั้งนี้ในส่วนของ นพ.เจ้าของคลินิก ผู้ต้องหา ได้มารายงานตัวกับอัยการก่อนวันนัดแล้ว เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเข้าใจว่า นพ.เจ้าของคลินิก คงได้มีการประสานสอบถามกับพนักงานสอบสวนก่อนแล้วว่าผลการสอบสวนเพิ่มเติมยังไม่แล้วเสร็จ จึงได้เดินทางมารายงานตัวกับอัยการก่อน และด้วยเหตุจำเป็นที่พนักงานสอบสวนยังต้องใช้เวลารวบรวมผลสอบสวนเพิ่มเติมอีก 30 วัน ดังนั้นอัยการจึงแจ้งให้ นพ.เจ้าของคลินิก ผู้ต้องหา มารายงานตัวกับอัยการอีกครั้งในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ เวลาประมาณ 10.00 น. ซึ่งวันดังกล่าวผู้ต้องหา ต้องเดินทางมาพบอัยการเหมือนทุกครั้ง หากอัยการได้ผลการสอบสวนเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะได้ทำความเห็นสั่งคดีกับผู้ต้องหาต่อไปว่าพยานหลักฐานเพียงพอฟ้อง หรือไม่ฟ้องเพียงใด อย่างไร Read the remainder of this entry »

   

มติ ป.ป.ช.ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด หลังศาลปกครองกลาง เพิกถอนคำสั่งปลด ‘คุณหญิงณฐนนท ทวีสิน’ ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลผิดวินัยร้ายแรง ปมซื้อรถ-เรือดับเพลิง

30 ต.ค. 57  นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีการพิจารณากรณีที่ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ลงโทษปลดคุณหญิงณฐนนท ทวีสิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกรุงเทพมหานคร ออกจากราชการ ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง กรณีการจัดซื้อรถดับเพลิง และเรือดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร โดยศาลปกครองกลาง วินิจฉัยว่า การกระทำของคุณหญิงณฐนนท ทวีสิน นั้นเป็นเพียงความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และมิใช่เป็นการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ คณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่า มีอำนาจไต่สวน จึงมีมติไม่เห็นด้วย และให้ดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสูด

นายสรรเสริญ กล่าวว่า ยืนยันว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีอำนาจที่จะรับไต่สวน และชี้มูลความผิด ตามมูลฐานความผิดทางวินัย ฐานประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิด Read the remainder of this entry »

   

เมื่อเวลาประมาณ 02.40 น. วันที่ 28 ต.ค. ร.ต.ท.พนม หงส์ทอง พงส.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเหตุ มีอุบัติเหตุรถบรรทุก 10 ล้อ ชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาอยู่ภายใน ด้านหน้ารถ ที่เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงงานสับปะรดทิปโก้ บนถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพฯ หลักกิโลเมตรที่ 301 จึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯธรรมสถาน

พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นคนขับรถสิบล้อบรรทุกไม้ยางพารา สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-5311 เชียงใหม่  ติดคาอยู่บริเวณหน้ารถ ทราบชื่อ นายอำนวย เกิดผล อายุ 59 ปี อยู่ ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ภัยได้ใช้เครื่องตัดถ่างช่วยงัดร่างออกมาปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วนำส่งโรงพยาบาลประจวบฯ

โดยรถคันดังกล่าว ได้ชนท้ายกับรถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุสีขาว ส่วนหัวหมายเลขทะเบียน 70-6943 ปทุมธานี ตัวพ่วงหมายเลข 70-4529 ปทุมธานี เป็นของ บริษัทธัญญทิพย์ขนส่ง ซึ่งบรรทุกนมไวตามิลค์มาจากโรงงานที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี กำลังมุ่งหน้าจะไปส่งที่คลองหลวง ปทุมธานี โดยมีนายยุทธการ สุขยิ่ง อายุ 40 ปี อยู่ ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน เป็นคนขับรถ โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ Read the remainder of this entry »

   

นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สั่งสอบสวนเหตุการณ์คนร้ายลอบวางเพลิงเผาที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 2 แห่งใน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อกลางดึกของวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา    เหตุวางเพลิงสถานที่ราชการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการผลักดันโครงการ “ทุ่งยางแดงโมเดล” ของฝ่ายความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง องค์กรท้องถิ่น กองกำลังประชาชน และภาคประชาชน เพื่อรักษาความปลอดภัยพื้นที่ หลังเกิดเหตุเผาโรงเรียน 6 แห่งใน อ.ทุ่งยางแดง และ อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อเวลาประมาณ 02.30 น.ของวันอาทิตย์ที่ 12 ต.ค.57

สำหรับเหตุลอบวางเพลิงที่ทำการ อบต.2 แห่งใน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น.คืนวันจันทร์ที่ 27 ต.ค. คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางเพลิงที่ทำการ อบต.ปุโละปุโย ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านโคกคอแห้ง หมู่ 4 ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก ทำให้บริเวณชั้นล่างของอาคารซึ่งเป็นห้องเก็บเอกสาร รวมทั้งรถดับเพลิงและรถกระเช้าที่จอดอยู่ ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย โดยพบร่องรอยของคนร้ายใช้ขวานพังประตูด้านหลังเข้าไปก่อเหตุ

ช่วงเวลาห่างกันเพียง 10 นาที คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางเพลิงที่ทำการ อบต.ดอนรัก ตั้งอยู่ที่บ้านกำปงบาลา หมู่ 3 ต.ดอนรัก อ.หนองจิก ทำให้บริเวณชั้นล่างของอาคาร ห้องเก็บเอกสาร รถดูดส้วม และรถยนต์ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหาย

ถัดจากนั้นอีก 5 นาที คนร้ายไม่ทราบจำนวนเผายางรถยนต์บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 (ปัตตานี-หาดใหญ่) บริเวณบ้านปรัง หมู่ 2 ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก เจ้าหน้าที่ได้ประสานให้ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนในพื้นที่ให้ช่วยกันดับเพลิงไว้ได้ Read the remainder of this entry »

   

เจ้าหน้าที่คุมเข้มด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก หวั่นมือระเบิดคาร์บอมบ์ชาวอินเดียแฝงตัวหลบหนีข้ามชาติ หลังรัฐบาลอินเดียได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทยแล้ว

วันที่ 27 ต.ค.57 รายงานข่าวจากพื้นที่ จ.นราธิวาส แจ้งว่าหลังจากที่ พ.อ.จุตพร กลัมพสุต รองเลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ได้แจ้งในทางลับถึงหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ที่ด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก ให้เฝ้าระวังและตรวจสอบเข้ม MR.JAKTAR SINGH TARA ซึ่งเป็นผู้ก่อการร้ายชาวอินเดีย และเป็นมือประกอบระเบิดคาร์บอมบ์ ที่มีหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ได้หลบหนีออกจากเรือนจำในประเทศอินเดีย เพื่อแฝงตัวเดินทางข้ามแดนไปยังประเทศมาเลเซีย โดยใช้ด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก เป็นทางผ่านไปยังประเทศปากีสถานอีกทอดหนึ่ง ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ทางรัฐบาลประเทศอินเดีย ได้เดินทางเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยแล้วนั้น

ล่าสุดจากการตรวจสอบที่บริเวณด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พ.ต.อ.อับดุลกอเดร์ บือแนสะเตง ผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเข้มบุคคลที่เดินทางเข้าและออกจากประเทศอย่างเข้มงวด โดยนำภาพถ่ายอิริยาบถต่างๆของ MR. JAKTAR SINGH TARA ลงในระบบออนไลท์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ในการตรวจสอบรูปพรรณสัณฐานของแต่ละบุคคลที่ใช้บริการในการประทับตราหนังสือเดินทาง รวมไปถึงเครื่องประดับที่เป็นจุดสังเกตได้ง่าย โดย MR.JAKTAR SINGH TARA จะใส่เลสกำไรในข้อมือขวา และจะสวมนาฬิกาลักษณะตัวเรือนเป็นสี่เหลี่ยมในข้อมือซ้าย Read the remainder of this entry »

   

นายกฯ และหัวหน้า คสช.ยันปฏิรูปของรัฐมีแค่สภาเดียว โยน “วิษณุ” ดู สปท.ตั้งสภากระจกได้หรือไม่ อ้างไม่อยากให้ขัดแย้งเพิ่มจะไปไม่ได้ จี้หาข้อสรุป ย้ำ 11 เรื่องไม่ใช่ทำได้ในปีเดียว จ่อให้รัฐใหม่รับช่วงต่อ บอกโพลสำรวจแค่คนจำนวนไม่มาก โวยเดินหน้าแก้ปมก็เจอสกัดกั้น โอ่พอใจกับสิ่งที่ทำ ชี้ข่าวโกงทำรัฐไม่กล้าปล่อยเงิน เผยมีแผนรับมือเศรษฐกิจโลกตกต่ำ ระบุ 5 เดือนมีเวลาจำกัดแต่ทุกคนตื่นตัว

วันนี้ (27 ต.ค.) เมื่อเวลา 10.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงถึงการตั้งสถาบันปฎิรูปประเทศ (สปท.) คู่ขนานกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่ารัฐบาลจะเกี่ยวข้องกับ สปช.สภาเดียว นอกนั้นไม่ใช่ ความจริงมีช่องทางในการส่งเรื่องมายัง สปช.หลายช่องทาง เช่น ผ่านทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ศูนย์ดำรงธรรม และสำนักงานเลขาธิการ สปช. ซึ่งเป็นช่องทางโดยตรงที่สามารถทำได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดประสงค์ที่ตั้ง สปท.เพราะต้องการเป็นสภากระจกสะท้อนการทำงานของ สปช. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องดูว่าจะตั้งได้หรือไม่กับการตั้งสภากระจก ต้องถามนักกฎหมาย ตนไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายไปหารือในเรื่องนี้ ตนไม่ขัดข้องในการที่จะฟังความเห็นของคนทั้งประเทศ แต่อยากให้ฟังและหาทางออก หาข้อสรุปให้ได้ ถ้าฟังแล้วไปกันไม่ได้ ไม่รู้จะฟังกันตรงไหน เพราะทุกคนคือประชาชนด้วยกันทั้งหมด ถ้าขัดแย้งกันตั้งแต่ต้นจะไปไม่ได้ แต่ทำอย่างไรจึงจะหาข้อสรุปได้ ตรงนี้ถือว่าสำคัญ Read the remainder of this entry »

   

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ต.ค. พ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสริฐ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นำกำลังพร้อมหมายจับจากศาลจังหวัดธัญบุรี เลขที่ 257/2551 ในข้อหาพยายามฆ่า และหมายจับเลขที่ 199/2554 ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครอง เข้าจับกุมตัวนายศักดิ์สิทธิ์ ติปะยานนท์ อายุ 30 ปี อยู่ ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 170/32 ม.2 ต.คลองถนน ถนนพหลโยธิน 45 แขวงและเขตสายไหม กรุงเทพฯ ขณะที่นายศักดิ์สิทธิ์ และญาติๆ กำลังเตรียมแห่ขบวนขันหมากไปแต่งงานกับเจ้าสาว จากนั้นจึงควบคุมตัวมาสอบสวน ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ โดยมีญาติๆ และเจ้าสาวที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานตามมาที่โรงพักจำนวนหนึ่ง

นายศักดิ์สิทธิ์ ติปะยานนท์ เจ้าบ่าว กล่าวว่า ตนยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และขอยอมรับข้อกล่าวหาในสิ่งที่ตนเองทำในอดีต ส่วนสิ่งไหนที่ตนเองไม่ได้ทำ ก็จะไม่ขอยอมรับ และจะขอไปต่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป ส่วนเรื่องงานแต่งที่จัดขึ้นนั้น ตนเองก็คิดว่าจะขอประกันตัวและจะกลับไปร่วมงานแต่งในวันนี้ ให้เสร็จสิ้นพิธี เนื่องจากเห็นใจฝ่ายเจ้าสาว ที่ตั้งท้องได้ 5-6 เดือนแล้ว Read the remainder of this entry »

   

“อลงกรณ์” เตรียมแจงเหตุดึงพรรคการเมืองร่วมร่างรัฐธรรมนูญต่อที่ประชุม สปช. พร้อมยอมรับหากเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ถาม ปชป. ทำไมยังคิดเล็กคิดน้อย ไม่ก้าวข้าม นึกถึงอนาคตประเทศ พร้อมเรียกร้อง “อภิสิทธิ์” ร่วมวง ด้าน “ถาวร” แย้ม กปปส. จะส่งคนไปร่วมร่างรัฐธรรมนูญ ชี้ละลายพฤติกรรมแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ ส่งพิมพ์เขียวไม่พอ เข้าร่วมน่าเป็นประโยชน์มากกว่า

วันนี้ (26 ต.ค.) นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะวิป สปช. ชั่วคราว กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (27 ต.ค.) จะมีการประชุม สปช. โดยมีวาระสำคัญคือ จะมีการรายงานผลการประชุมของวิปชั่วคราว 2 เรื่อง คือ 1. การกำหนดวันประชุม สปช. ทุกวันจันทร์ และ วันอังคาร และ 2. วิธีการสรรหาและเลือกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในความรับผิดชอบของ สปช. เนื่องจากมติของวิปชั่วคราวให้ 15 คนมาจาก สปช. อีก 5 คนเป็นนอก โดยในส่วนของคนนอก มีการเปิดไว้กว้างๆ คือ 1. จาก 3 พรรคการเมืองใหญ่ คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย และ พรรคชาติไทยพัฒนา 2. กลุ่มการเมือง เช่น กลุ่ม กปปส. กลุ่ม นปช. 3. ตัวแทนวิชาชีพที่ไม่ได้เข้ามาและมีสัดส่วนน้อย เช่น กลุ่มชาวนา และกลุ่มอื่นๆ เป็นต้น

ส่วนที่มีสมาชิก สปช. บางส่วนแสดงความไม่เห็นด้วยที่จะแบ่งโควตาให้คนนอก โดยเฉพาะการดึงตัวแทนพรรคการเมืองเข้ามา นายอลงกรณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ข้อเสนอจะมีคนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่จะให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติ ซึ่งในวิปชั่วคราวได้หารือว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ประเด็นสำคัญนอก เหนือจากเนื้อหาของรัฐธรรมนูญแล้ว คือ การยอมรับรัฐธรรมนูญดังกล่าว เมื่อจะมีการปฏิรูปการเมืองควรจะเริ่มต้นด้วยการปรองดอง สมานฉันท์ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ไม่ควรเริ่มต้นด้วยการแบ่งเขาแบ่งเรา ไม่ไว้วางใจ เพราะวิกฤตการณ์หลายปีที่ผ่านมาส่วนหนึ่งเกิดจากพรรคการเมืองใหญ่และกลุ่ม การเมือง แม้การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเสร็จสิ้นลง และถึงช่วงเวลาการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หรือแม้แต่พิมพ์เขียวของประเทศ อาจจะเป็นเพียงกระดาษที่ไร้ค่า หากพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองปฏิเสธไม่ยอมรับด้วยเหตุผลว่าเป็นผลพวงของ รัฐประหาร เป็นผลไม้พิษ ก็จะทำให้ความหวังในการปฏิรูปประเทศ หรือมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่าจะมีผลต่อการยกระดับ อัพเกรดประเทศก็จะสูญเปล่าและจะเริ่มต้นความขัดแย้งรอบใหม่ Read the remainder of this entry »

   

25 ต.ค.57 รศ.ดร.เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล ประธานชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน (Thai Researchers in Community Happiness Association, TRICHA) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลล์ (Master Poll) เรื่อง แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐและจังหวะชีวิตของประชาชนภายใต้การดูแลของกระทรวงต่างๆ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยเมื่อถามถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐโดยรวม หลังจากมีคสช. และรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.6 ระบุเจ้าหน้าที่รัฐมีความรวดเร็วในการให้บริการประชาชนดีขึ้น รองลงมาคือ ร้อยละ 62.0 ระบุความยิ้มแย้มแจ่มใสในการให้บริการดีขึ้น ร้อยละ 60.2  ระบุข้าราชการนำหลักค่านิยม 12 ประการมาประยุกต์ใช้ในการทำงานดีขึ้น และร้อยละ 59.4 ระบุความโปร่งใสในการทำงานดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะดีขึ้น “น้อยที่สุด” สองอันดับคือ ร้อยละ 27.9 ระบุการแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐดีขึ้น และเพียงร้อยละ 24.0 ระบุการแก้ปัญหาอาชญากรรมดีขึ้นและเมื่อสอบถามประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับจังหวะชีวิตของประชาชนตั้งแต่เกิดจนถึงสูงอายุภายใต้การดูแลของกระทรวงต่าง ๆ อันเป็นที่พึ่งของประชาชน พบว่า ด้านการดูแลตั้งแต่แรกเกิด อันดับที่ 1 ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร้อยละ 59.6 อันดับที่ 2 ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ได้ร้อยละ 14.5 อันดับที่ 3 ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ร้อยละ 12.5 Read the remainder of this entry »

   

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า เมื่อปลายเดือนสิงหาคม-เดือนกันยายน 2557 ที่ผ่านมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้พิพากษาจำคุก ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น จำนวน 6 คนในความผิดจงใจ ไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดังนี้

1. วันที่ 25 ก.ย.57 นายวิชล แก้วถาวร รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. กรณี เข้ารับตำแหน่ง วันที่ 27 ส.ค.54 ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับจาก 31 ส.ค.55 (วันที่ พ้นจากตำแหน่ง รองนายก อบต.บางพระครั้งที่ 1) และมีความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 ให้ลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท นายวิชลรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน ปรับ 2,000 บาท แต่นายวิชลไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษคำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อม.29/2557)

2.วันที่ 9 ก.ย.57 นายสราวุธ ชูทับทิม นายก องค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. กรณี พ้นตำแหน่งครั้งแรก 31 ส.ค.55 ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และและมีความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 ให้ลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท นายสราวุธให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน ปรับ 2,000 บาท แต่นายสราวุธไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษคำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อม.27 /2557) Read the remainder of this entry »